NBC's History

ประวัติเนชั่นบรอดแคสติ้งคอร์ปอเรชั่น

เนชั่น บรอดแคสติ้งฯ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2536 ภายใต้ชื่อ บริษัท แน็ทค่อน มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสายธุรกิจสื่อกระจายภาพและเสียงของ เนชั่น กรุ๊ป โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประกอบธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ในเชิงข่าวสารและ สาระความรู้ เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์แบบไม่เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ชม ("ฟรีทีวี" หรือ "Free TV") และโทรทัศน์ประเภทบอกรับสมาชิก ("เคเบิลทีวี") ช่องต่างๆ รวมทั้งประกอบธุรกิจร่วมผลิตรายการวิทยุและข่าวต้นชั่วโมง ออกอากาศทางสถานีวิทยุคลื่นต่างๆ โดยดำเนินการผ่าน บริษัท เนชั่น เรดิโอ เน็ทเวิร์ค จำกัด

ความเป็นมาที่สำคัญของบริษัทฯ
ปี 2536
  • จัดตั้งบริษัทฯ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2536 ภายใต้ชื่อบริษัท แน็ทค่อน มีเดีย จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท เพื่อดำเนินการธุรกิจผลิตรายการข่าวในรูปแบบต่างๆ แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี และเคเบิลทีวี
  • จัดตั้งบริษัทย่อยภายใต้ชื่อ บริษัท เอ็นพีจีบรอดแคสติ้งเน็ทเวอร์ค จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนและชำระแล้วเริ่มต้น 1 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.98 เพื่อดำเนินการธุรกิจร่วมผลิตรายการวิทยุและข่าวต้นชั่วโมง ออกอากาศทางคลื่น F.M. 90.5 MHz F.M. 97.0 MHz และ A.M.1107 KHz
  • เปลี่ยนชื่อบริษัท เอ็นพีจีบรอดแคสติ้งเน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นบริษัท เนชั่น เรดิโอ เน็ทเวอร์ค จำกัด และเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1 ล้านบาท เป็น 3 ล้านบาท โดยการเพิ่มทุนจำนวน 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท
ปี 2537
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 100,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม คือ NMG
ปี 2539
  • เปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็นบริษัท เนชั่น เทเลวิชั่น จำกัด
  • เข้าร่วมเป็นผู้ผลิตรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 10 ล้านบาท เป็น 120 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 1,200,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม คือ NMG
ปี 2540
  • เปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็นบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ปี 2542
  • ยุติการเป็นผู้ร่วมผลิตรายการข่าวกับสถานีโทรทัศน์ไอทีวี
ปี 2543
  • จัดตั้งสถานีข่าวโทรทัศน์ 24 ชั่วโมงแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อสถานีโทรทัศน์ "Nation Channel" แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก UBC ช่อง 8
  • จัดทำเว็บไซต์ www.nationchannel.com และ www.nationradioonline.com เพื่อขยายช่องทางในการเข้าถึงรายการโทรทัศน์ของ Nation Channel และรายการวิทยุของ NRN
ปี 2546
  • ยุติการออกอากาศ Nation Channel ทาง UBC ช่อง 8 และเปลี่ยนการแพร่ภาพมายังสถานีโทรทัศน์ไททีวีช่อง 1 (TTV ช่อง 1) ผ่านทางระบบ MMDS คลอบคลุมพื้นที่การรับชมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้ง ขยายช่องทางการแพร่ภาพเพิ่มขึ้นทางเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ และทีวีดาวเทียม ABS1 ระบบ C-Band ครอบคลุมพื้นที่การรับชมทั่วประเทศไทยและบางประเทศในทวีปยุโรป
  • ขยายการดำเนินการธุรกิจด้านการบริการส่งข่าวหรือรายงานภาพและเสียงของเหตุกา รณ์ต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในรูปแบบ SMS และ MMS
ปี 2548
  • ขยายการดำเนินธุรกิจไปยังธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ได้แก่ การผลิตและจำหน่าย VCD DVD การจัดอบรมสัมมนา เพื่อพัฒนารูปแบบการหารายได้จากเนื้อหาสาระและข้อได้เปรียบต่างๆ ที่บริษัทฯ มี
ปี 2549
  • เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จาก 100 บาทต่อหุ้น เป็น 10 บาทต่อหุ้น และเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 20 ล้านบาท เป็น 140 ล้านบาท มูลค่าหุ้นละ 10 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม คือ NMG
  • บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ในการจัดระเบียบและสนับสนุนการพัฒนาความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการธุรกิจเคเบ ิลทีวีในประเทศไทย ด้วยการกำหนดช่องรายการมาตรฐาน 40 อันดับแรกของเคเบิลทีวีท้องถิ่นทุกรายให้เป็นเหมือนกันทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลให้ Nation Channel ได้รับสิทธิให้แพร่ภาพประจำในเคเบิลทีวีท้องถิ่นช่อง 28
  • NRN ขยายช่องทางการออกอากาศข่าววิทยุต้นชั่วโมงไปยังสถานีวิทยุชุมชนในต่างจังหว ัด จำนวน 27 สถานี ทุกภูมิภาค
  • จัดทำบล็อก (Weblog) ภายใต้ชื่อ www.oknation.net เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการนำเสนอข่าว
ปี 2550
  • รับโอนกิจการธุรกิจรายการวิทยุของ NRN มาดำเนินการแทน
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 140 ล้านบาท เป็น 240 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 24,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม คือ NMG
  • ขยายการดำเนินธุรกิจไปยังธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ได้แก่ การจัดนำเที่ยว
ปี 2551
  • ขยายช่องทางการแพร่ภาพ Nation Channel โดยส่งสัญญาณแบบ Free-to-air ผ่านดาวเทียม NSS-6 ในระบบ KU-Band ครอบคลุมพื้นที่การรับชมทั้งในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชีย และนำช่อง Nation Channel แพร่ภาพสดผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ("AIS") ร่วมกับบริษัท Doo Plus TV
ปี 2552
  • ร่วมกับบริษัท วี.เอ. แอนด์ ซันส์ จำกัด และบริษัท แอดวานซ์ แอคทิวิตี้ จำกัด ในการร่วมผลิตรายการวิทยุออก อากาศทางคลื่น F.M. 102.0 MHz ภายใต้ชื่อสถานี "102 คลื่นคนทำงาน"
  • ลดทุนจดทะเบียนจาก 240 ล้านบาท เป็น 120 ล้านบาท เพื่อล้างขาดทุนสะสม
  • ดำเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญ ของบริษัทฯ จาก 10 บาทต่อหุ้น เป็น 1 บาทต่อหุ้น พร้อมทั้ง เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 120 ล้านบาท เป็น 170 ล้านบาท ด้วยการเพิ่มทุนจำนวน 50 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหญ่ จำนวน 50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก
  • ดำเนินการปิดกิจการของ NRN ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2552
ปี 2553
  • บริษัทฯ เปิดตัวและแพร่ภาพสถานีข่าวบันเทิง Mango TV ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เคเบิลทีวีท้องถิ่น ทีวีดาวเทียม เว็บไซต์ จอโทรทัศน์ภายในสถานีและขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอสโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • บริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนารูปแบบการนำเสนอสินค้าและบริการต่างๆ ของบริษัทฯ ผ่านทางสังคมออนไลน์ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เช่น พัฒนา Application ในการรับชม Nation Channel และ Mango TV ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ Smart Phone แท็บเล็ต
  • เปลี่ยนดาวเทียมในการส่งสัญญาณภาพและเสียงของ Nation Channel จากดาวเทียม ST-1 ระบบ C-Band เป็นดาวเทียมไทยคม 5 ระบบ C-Band
ปี 2554
  • NBC มีมติให้ซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) จำนวนไม่เกินร้อยละ 5.80 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดแล้ว หรือไม่เกิน 10 ล้านหุ้น โดยกำหนดซื้อคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 ถึง 9 พฤษภาคม 2555
  • NBC เปิดตัวสถานีข่าวระวังภัย โดยออกอากาศทางเคเบิลทีวีท้องถิ่น ทีวีดาวเทียม เว็บไซต์ โทรศัพท์เคลื่อนที่
  • NBC ร่วมบริหารและผลิตรายการในช่อง ASEAN TV ร่วมกับบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ออกอากาศทางทรูวิชั่นส์ช่อง 99 และผ่านดาวเทียมไทยคม ระบบ C-Band
  • NBC รับจ้างมูลนิธิรามาธิบดีผลิตและบริหารสถานี Rama Channel โดยออกอากาศทางเคเบิลทีวีท้องถิ่นทรูวิชั่นส์ช่อง 80 เว็บไซต์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ Smart Phone
  • NBC ลงทุนระบบ Digital Publishing เพื่อผลิต E – Magazine 2 เล่ม คือ” VIEW” เพื่อนำเสนอภาพถ่ายจากช่างภาพมืออาชีพ และ “LIKE” นำเสนอเนื้อหามาจาก Blogger ที่ีไม่มีการตีพิมพ์ในรูปแบบสิ่งพิมพ์
ปี 2555
  • NBC จัดตั้งบริษัทย่อย 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์มีเดีย จำกัด บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ สกรีน จำกัดและบริษัทเอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจผลิตรายการในรูปแบบต่างๆ เพื่อเผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์ และสิ่อรูปแบบใหม่ โดย NBC ถือหุ้นแต่ละบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 99.99
  • NBC นำ “โซเซียลทีวี” มาใช้กับ Nation Channel เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในรายการผ่านทางเครือข่ายสังคมแบบ “เรียลไทม์”
ปี 2556
  • NBC มีมติเพิ่มทุนโดยการออกและเสนอขายหุ้น RO, Warrant และ ESOP ครั้งที่ 2 เป็นจำนวนเงินประมาณ 1,618.23 ล้านบาท เพื่อเป็นการระดมทุนสำหรับใช้เป็นเงินลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิตอล
  • บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์วิชั่น จำกัด (“NNV”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนประมาณร้อยละ 99.99 ได้เข้าร่วมและเป็นผู้ชนะในการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ ในหมวดหมู่ข่าวสารและสาระ (SD News) จำนวน 1 ช่องรายการ ในราคาประมูล 1,338 ล้านบาท ซึ่งจัดโดย กสทช. เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2556
  • NBC พัฒนาระบบ Social Media Monitoring เพื่อเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการทำงานของ โซเชียลทีวีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นเพื่อรองรับ “Second Screen” ทำให้ผู้ชมรายการสามารถเข้าถึงรายการของสถานีได้ทุกช่องทาง
ปี 2557
  • สถานีข่าวดาวเทียม เนชั่นแชนแนล (Nation Channel) ภายใต้การผลิตของบริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์วิชั่น จำกัด (NNV) ได้ปรับเปลี่ยนการออกอากาศในระบบดิจิตอล 100% ในเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ช่องเนชั่นทีวี (Nation TV)
ปี 2558
  • Nation TV ได้เปิดสตูดิโอแห่งใหม่ เป็นสตูดิโอสี่มิติ ณ ใจกลางย่านบางนา “ Nation TV Town @ The Coast” โดยใช้เงินลงทุนก่อสร้างสตูดิโอสี่มิติและอุปกรณ์การผลิตรายการที่ใช้เทคโนโลยี่ทันสมัยมากกว่า 60 ล้านบาท และเปิดออกอากาศ ในวันที่ 9 มีนาคม 2558 เป็นต้นไป
ปี 2559
  • เป็นปีช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผ่านของระบบการเผยแพร่และการรับชมโทรทัศน์ จากทีวีอะนาล็อกเดิม มาสู่ทีวีดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันดำเนินการอยู่เพียง 22 ช่อง ลดลงจากเมื่อครั้งประมูลคราวแรกที่มี 24 ช่อง เนื่องจากมีผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้ 2 ช่องจึงปิดตัวไปตั้งแต่ปลายปี 2558 สำหรับบริษัทฯ ได้ร่วมผลิตรายการโทรทัศน์ประเภทรายการข่าวและสาระความรู้กับสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีช่องต่างๆ เช่น รายการยิ่งถก กนกซัก เป็นรายการสาระบันเทิงประเภท “Situationtalk” รายการแรกของไทย ออกอากาศทางสถานีโทรทัศนช่อง 9 และ รายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ เป็นรายงานข่าวเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรอบวันหรือประเด็นข่าวที่อยู่ในความสนใจของสังคม โดยมีรายได้ จากส่วนแบ่งการขายเวลาโฆษณา และการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการในรายการ
ปี 2560
  • บริษัทฯ ได้พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการด้านข้อมูลข่าวสารเผยแพร่ผ่านสื่อรูปแบบใหม่ อย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวแทนจำหน่ายพื้นที่โฆษณาให้กับบริษัทภายนอกทั่วไป โดยมีรายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณาในสัดส่วนที่แตกต่างกันตามข้อตกลงที่ได้ทำกันไว้ ซึ่งในปี 2560 มีเว็บไซต์ของบริษัทภายนอกที่อยู่ในการดูแลของบริษัทฯ คือ www.pantip.com , www.exteen.com , Facebook, Youtube, Instagram , Manage Influencer
ปี 2561
  • บริษัทฯ ประกาศความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ทันทีที่ผู้บริหารชุดใหม่ เข้ามานำพาองค์กร ก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีในทุกช่องทางการสื่อสารใหม่ๆ เสริมกำลัง "คนข่าวตัวจริง" ที่มีชื่อเสียง มีความเจนจัดในวงการนับสิบท่าน ผนวกเข้ากับ "คนข่าวตัวหลัก" ของทางสถานี ช่วยกันรายงานข่าว พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึกด้วยสไตล์ลีลาเฉพาะตัว วันละไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมงข่าว นับได้ว่าเป็นการผลิตรายการสดมากกว่าทุกช่องดิจิตอลทีวี ที่รายงานข่าวและเหตุการณ์สดจากทุกพื้นที่เหตุการณ์สำคัญ ด้วยทีมผู้สือข่าวมืออาชีพ ทำให้เรตติ้งสถานีติด top 4 ในเหตุการณ์ 13 หมูป่า วันเลือกตั้ง หรือ สถานการณ์ร้อนทางการเมือง เป็นต้น Nation TV เป็นช่องข่าว (ช่องเดียว) ที่เปิดโอกาสให้ท่านผู้ชมรายการ มาร่วมกิจกรรมในหลายวาระโอกาส เช่น งาน Nation Fan Day, การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ตามรอยพระเจ้าตาก กับรายการ LINEกนก, ล่องเรือทำบุญในวัดสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อหารายได้มอบให้กับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นที่ประทับใจของท่านผู้ชมหลายร้อยท่าน และผู้สนับสนุนรายการ อันเป็นการต่อยอดมาจาก ความร่วมมือกับบริษัทพันธมิตร เปิดเส้นทางท่องเที่ยวทั่วโลก ให้ท่านผู้ชมเลือกโปรแกรมท่องเที่ยวได้ทุกเดือน ไปกับพิธีกรที่ชื่นชอบ บัดนี้ปรากฏเห็นเด่นชัดแล้วว่า Nation TV ได้ก้าวไปสู่ความเป็น "สถาบันสื่อของคนไทย" บนความรับผิดชอบต่อสังคม ที่เราอาสานำพาทุกข่าวสาร สาระ และบทวิเคราะห์อันแม่นยำไปปรากฏอยู่บนทุกแพลตฟอร์ม เพื่อให้ทุกครัวเรือนเข้าถึงได้ทุกช่องทาง

Back to top